สำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

0-7547-6208

หลักสูตรรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง จัดบรรยายพิเศษ ในรายวิชา GOV67-215 โดยคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช

เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 หลักสูตรรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดการบรรยายพิเศษในรายวิชา GOV67-215 พรรคการเมืองกับการเลือกตั้ง หัวข้อ “การวางแผนการรณรงค์เลือกตั้ง: ประสบการณ์จากการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 และความท้าทายในปี พ.ศ. 2569” โดย คุณช่อ พรรณิการ์ วานิช หลักสูตรรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดการบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดบทเรียนจากการวางแผนรณรงค์เลือกตั้งของพรรคการเมืองไทย พร้อมวิเคราะห์พัฒนาการการเมืองไทยตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 จนถึงปี 2566 และแนวโน้มความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

ในการบรรยาย คุณช่อกล่าวว่า “ทุกการเลือกตั้ง คือโอกาสและช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผ่านการสื่อสารนโยบายของพรรค โดยใช้การหาเสียงเป็นพื้นที่ทำงานทางความคิด ร่วมกับสังคม รับฟังความเห็น และวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวเพื่ออนาคต”

คุณช่ออธิบายว่า การเลือกตั้งปี 2562 เกิดขึ้นภายใต้บริบทหลังรัฐประหาร ซึ่งบรรยากาศทางการเมืองยังถูกครอบงำด้วยอำนาจกึ่งเผด็จการ พรรคการเมืองใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่จึงสามารถใช้ “อุดมการณ์” เป็นแกนหลักของการรณรงค์ โดยตอบสนองต่อความอึดอัดและความไม่พอใจของสังคมต่อการสืบทอดอำนาจ และเปลี่ยนการเลือกตั้งจากการแข่งขันเชิงนโยบายเฉพาะหน้า ไปสู่การนำเสนอภาพอนาคตของประเทศอย่างเป็นระบบ

สำหรับการเลือกตั้งปี 2566 คุณช่อชี้ให้เห็นว่าบริบททางการเมืองเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากการแข่งขันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับเผด็จการ มาเป็นการแข่งขันภายในฝั่งประชาธิปไตยด้วยกันเอง โดยพรรคเพื่อไทยเลือกใช้แคมเปญ “แลนด์สไลด์” เป็นกลยุทธ์การสื่อสารหลัก เพื่อสร้างภาพความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล และลดแรงกดดันจากคำถามเรื่องความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกลประสบความสำเร็จจากการอ่านอารมณ์สังคมได้อย่างแม่นยำ โดยตอบโจทย์ความต้องการ “พลังในการออกจากระบบเดิม (Exit Energy)” ของประชาชน และสร้างความผูกพันเชิงอารมณ์กับผู้สนับสนุนผ่านการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง

ในส่วนของความท้าทายปี 2569 คุณช่อระบุว่า พรรคประชาชนกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการปรับบทบาทจากพรรคแห่งการเปลี่ยนแปลง ไปสู่การเป็นพรรคที่สังคมเชื่อมั่นว่าสามารถบริหารประเทศได้จริงในฐานะรัฐบาลของคนทั้งประเทศ โดยต้องรักษาอุดมการณ์เดิมไว้ ควบคู่กับการขยายฐานการสนับสนุนให้ครอบคลุมประชาชนหลากหลายกลุ่ม ท่ามกลางความคาดหวังสูงและปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น คอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำ และข้อจำกัดของระบบการเมือง

ช่วงท้ายของการบรรยาย คุณช่อสรุปว่า การรณรงค์เลือกตั้งไม่ใช่เพียงกระบวนการแสวงหาคะแนนเสียง แต่เป็นการทำงานทางความคิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกับสังคม และวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ทั้งนี้ บทเรียนสำคัญสำหรับนักศึกษารัฐศาสตร์คือ การทำความเข้าใจการเลือกตั้งต้องมองควบคู่ทั้งบริบททางการเมือง อารมณ์ของสังคม และกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมือง เพราะชัยชนะทางการเมืองไม่ได้เกิดจากเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความสามารถในการอ่านสังคมและกำหนดเกมการเมืองได้อย่างสอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชน
Scroll to Top